[Fic] มนต์รักบ้านนา [6]

posted on 23 Jan 2010 00:04 by 264-fiction  in Mon-Rak-Ban-Na

 

Title: มนต์รักบ้านนา
Author: Bambola
Couple: Yunho x Yuchun
Rating: PG-13
Genre: Yaoi
Status: 6
Author ’s note: ฉากท้องทุ่ง ความเป็นชนบททั้งหลายแหล่ เอามาจากพี่ไทยล้วนๆค่ะ เอาเฮเอาฮาค่ะ (จริงๆเพราะไม่เคยเห็นท้องทุ่งชนบทเกาหลีต่างหาก เอิ๊กกกกกก)






[6]





ชองยุนโฮกำลังยืนมองไอ้เด็กหน้าเป็น ใต้ตาคล้ำนัวเนียร่างโปร่งบางชนิดคิ้วกระตุกสุดๆ ตกลงเขาจะมีคู่แข่งกี่คนวะเนี่ย...


ทั้งแจจุง ไอ้ตี๋ตาตี่ แล้วไอ้เด็กมีเขี้ยวนี่อีก


หืม? เดี๋ยวก่อน คู่แข่ง....คิดแล้วใบหน้าหล่อถึงกับเบ้ปากให้ตัวเอง รู้สึกคันคะเยอแถวตรงต้นคอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาเป็นผู้ชายนะเว้ย ทำไมถึงคิดอะไรอย่างนี้ขึ้นมาได้ คิดแล้วก็อาการคันยิกๆก็ลามมาขึ้นเรื่อยมาจนถึงต้นแขน

“พี่ยูชอน ลุงคนนี้เป็นใครอ้ะ” ซึงรีที่ยังคว้าหมับเข้ากับเอวร่างสูงกว่าพยักเพยิดหันไปทางยุนโฮ คนตัวสูงโย่งหยุดเกาแขนตัวเองทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันหน้ายุ่งจนทำให้ไอ้เด็กนั่นกลัวจนร้องไห้ได้

“ใครเป็นลุงของนายไม่ทราบ พี่สิ เรียกพี่” เสียงทุ้มห้วนสนิทดังขึ้นขณะเดินเข้าใกล้

“หึ เอ็งจะเป็นพี่ซึงรีได้จริงเหรอ” น้ำเสียงเหน่อออกมาจากปากอิ่มตึงเยาะหยันอยู่ในที

“ทำไมจะเป็นไม่ได้ ก็ในเมื่อฉันกับนายอายุก็....ก็ไม่ห่างกันเท่าไหร่” พูดเองยุนโฮชักจะไม่มั่นใจ จะว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แค่ยูชอนอายุก็ไม่น่าเกินม.ปลาย ก็เอาวะ เขาเองก็ยังไม่เข้าอายุหลักเลข 3 เสียหน่อย แค่ 2 ปลายๆ มันจะต่างกันเท่าไหร่เชียว

“หึหึหึ” เสียงหัวเราะในลำคอกวนโมโหดังขึ้นจากยูชอน ไม่พอไอ้เด็กแพนด้าที่ทำหน้างงมองใบหน้าหวานกับใบหน้าหล่อจัดสลับกันไป กลับประสานเสียง..หึหึหึหึ ร่วมด้วยทั้งๆที่มันยังทำหน้าตางงเป็นไก่ตาแตก


โว้ยยยยย เตะเด็กทีเดียวพร้อมกันสองคน จ่ายค่าปรับเท่ากับเตะเด็กคนเดียวไหม ถ้าใช่ถือว่าคุ้มที่จะทำเลยทีเดียว


“ก็... ไม่มากเท่าไหร่หร้อกกกกก ซึงรีอ่ะ อายุน้อยกว่าข้า แค่ 4 ปีเอง” ตอกย้ำด้วยสายตาไม่พอ เสียงทุ้มหวานกลับเน้นย้ำตัวเลขจนทำให้ใบหน้าคมถึงกับซีด


อะไรนะ ไอ้เด็กหน้าเหมือนแพนด้านี่มันอยู่แค่ม.ต้นเองเรอะ ทำไมมันตัวมันสูงแล้วแถมหน้าแก่กว่าวัยเดียวกันอย่างนี้วะ ถึงมันจะเตี้ยกว่ายูชอนอยู่นิดหน่อยก็เถอะ


“ลุงๆๆๆ ลุงๆๆๆๆ ห้ามมายุ่งกับพี่ยูชอนของข้านะ อี๋ หน้าตาไม่น่าไว้วางใจอยู่ด้วย” ประสาทปลายขมับสองข้างยุนโฮเต้นตุบ ไอ้เด็กนี่มันวอนตีนจริงจัง เรียกเขาว่าลุงยังไม่พอ ยังกล่าวหาเขาด้วยข้อหาร้ายแรงอีก เขาไม่ใช่เสือไบแบบแจจุง เขาชอบผู้หญิง เขาชอบผู้หญิงๆๆๆ ยุนโฮพึมพำกับตัวเองเบาๆอยู่หลายรอบจนเหมือนร่างสูงกำลังยืนสวดมนต์จนเด็ก บ้านนาทั้งสองกระเถิบตัวถอยห่างโดยอัตโนมัติ

“เออ ไม่มีใครทำอะไรข้าได้หรอก เอ็งก็รู้ซึงรี บ๊ะปล่อยมือได้แล้ว ข้าไม่ใช่ต้นมะพร้าวที่เอ็งใช้ปีน”

“พี่ยูชอนอ่า ข้าไม่ใช่ลิงนะ กลับมาบ้านข้าก็คิดถึ้งคิดถึง พี่อ้ะใจร้ายยยยยยยย” อีซึงฮยอนงัดไม้เด็ดตีหน้าเศร้าน้ำตาคลอเบ้า รู้ทั้งรู้ว่ายูชอนปากเสีย ดุให้ตายยังไง แต่กับคนที่ยูชอนมองว่าเป็นเด็กเล็กๆแต่ไหนแต่ไรแบบตัวเอง ถ้าแกล้งทำเหมือนจะร้องไห้ ไม่วายพี่ชายอย่างยูชอนต้องปลอบเสียทุกครั้ง

“เฮ้ย อย่าร้องไห้ซึงรี เป็นลูกผู้ชายภาษาอะไรแค่นี้ก็ร้องไห้ เออๆ พี่ก็คิดถึงเอ็ง พี่ดีใจด้วยที่เอ็งปิดเทอมกลับบ้าน” เสียงแหวดังๆกลายเป็นพูดปลอบโยนเบาๆ พลางลูบหัวกลมของซึงรีที่ตอนนี้กอดเอวยูชอนแน่น ซ้ำยังซุกหน้าลงกับซอกคอขาวของคนอายุมากกว่าอีก เสียงสะอื้นดังขึ้นมากเท่าไหร่ ยูชอนก็ยิ่งกอดร่างเล็กกว่าในอ้อมแขนมากขึ้นเท่านั้น


ยุนโฮยืนมองภาพนั้นเหมือนตัวเองโดนทิ้งให้หลุดออกนอกวงโคจรสองคนนั้นเสียแล้ว


หนอย...ไอ้เด็กแพนด้า มารยานัก แค่มองก็เห็นแล้วว่ามันจงใจ ร้องไห้เหรอ คนร้องไห้ที่ไหนเขาซุกซอกคอกลิ้งหน้าไป แถมยังแอบสูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวๆนั่นอีก

ยุนโฮหยุดความคิดตัวเองกึก เขาเป็นอะไรมากไหมเนี่ย วันนี้ทั้งวันแล้วที่คิดว่าไอ้เด็กปากร้ายนั่นน่ารักมั่งล่ะ รอยยิ้มกวนบาทานั่นหวานมั่งล่ะ แล้วนี่สดๆร้อนๆ คิดได้ไปว่าซอกคอขาวนวลนั้นน่าจะส่งกลิ่นหอมจนพาลเผลออิจฉาซึงรี คิดแล้วได้แต่ยกสองมือเกาหัวตัวเองแรงๆ หันหลังเดินกระแทกเท้ากลับขึ้นเรือน


คิดมากปวดหัว หิวข้าว กลับไปกินข้าวดีกว่า ท้องว่างสมองเลยพาลเลอะเลือน


ร่างสูงโปร่งเดินขึ้นเรือน ก้าวอาดๆตรงไปหน้าเพื่อนหน้าหล่อ นั่งหัวเราะอยู่กับชางมินและน้าซองมีท่าทางมีความสุข แขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามไม่แพ้กันจับล็อคคอลากแจจุงออกมาจากวงสำรับ

“เฮ้ยยยย อะไรวะมึง ลากกูออกมาทำไมเนี่ย แล้วเป็นไงไปเคลียร์กับน้องยูชอนได้แล้วใช่ไหม”

“เออ เคลียร์มากตอนนี้น้องยูชอนของมึงมีไอ้หนุ่มหน้ามน ตามมาถึงบ้าน กำลังยืนสวีทกันอยู่ด้านล่าง ถ้ามึงไม่อยากมีคู่แข่งเพิ่ม ลงไปขัดขวางเลยนะมึง ...เอ้อ กูบอกมึงเพราะกูหวังดีหรอกนะ” หลังจากพูดเสียงเบาๆให้ได้ยินกันสองคนจบ ยุนโฮก็มองร่างโปร่งของแจจุงวิ่งฉิวลงบันไดเรือนไปอย่างอารมณ์ดี

“มีอะไรเหรอคุณ” เสียงซองมีดังขึ้นมาหลังจากเห็นท่าทางลับๆล่อของคนเมืองทั้งสอง

“อ๋อ ไม่มีอะไรครับ แค่บอกแจจุงกว่าน้องยูชอนมีเพื่อนมาหา เขาเลยลงไปดูเท่านั้นเอง” ใบหน้าคมยิ้มให้ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนพื้นหยิบจานข้าวเตรียมกินกับ ข้าวกลิ่นหอมฉุยตรงหน้า

“ใครนะ มาดึกดื่นป่านนี้”

“เห็นว่าชื่อซึงรีครับ” ยุนโฮตอบพลางตักแกงลงในจานข้าว

“ซึงรี!!!!!!!” เสียงตะโกนลั่นพร้อมกันทั้งซองมีและชางมิน ตามด้วยเสียงตึงตังลุกขึ้นวิ่งแทบจะพร้อมกันลงจากเรือนทำเอายุนโฮต้องวางจาน ข้าวลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้ เดินตามไปอย่างเซ็งๆ


**



“โอ๊ยยยยยยยยย พี่ยูชอน โอ๊ยยยย ข้าเจ็บปล่อยเถอะ โอ๊ยยยยยยยย” คิมแจจุงยืนอ้าปากหวอมองภาพตรงหน้า ไหนยุนโฮบอกว่ายูชอนกำลังยืนสวีทกับไอ้หนุ่มที่ไหนล่ะ แต่ที่เขาเห็นเป็นปาร์คยูชอนเวอร์ชั่นโดนวิญญาณน้าซองมีเข้าสิงต่างหาก ร่างโปร่งบางยืนจับหูของคนตัวเล็กกว่าบิดจนเป็นเกลียว ส่วนไอ้เด็กนั่นก็ได้แต่ร้องโอดโอย

“ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้หา ขนลุกเว้ย ข้าเป็นผู้ชายนะเว้ย บอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้ว” ยูชอนบอกเสียงต่ำลอดไรฟันพร้อมบิดหูซึงรีไปพลาง ลูบรอยเปียกชื้นตรงต้นคอไปพลาง “นี่ไม่เห็นว่าเป็นน้องเป็นนุ่งนะ จับเตะคอหักเลย”

คำพูดแสดงความปราณีอย่างถึงที่สุดขณะที่มือขาวเริ่มลงแรงบิดหูซึงรีแทบขาด

“ก็..ก็ ข้าคิดถึงพี่อ้ะ จริงๆนะ พี่ยูชอนใจร้ายยยยยยยย” ประโยคเดิมถูกงัดกลับมาใช้อีกหน หากแต่คราวนี้ยูชอนไม่หลงกลอีกต่อไป มือที่ว่างอยู่จับหูอีกข้างของซึงรีบิดเป็นเกลียวจนเจ้าตัวร้องจ๊าก

“โอ๊ยยยยยยยยยย” เสียงร้องดังก้อง แต่ทว่าคราวนี้กลับเป็นเสียงทุ้มหวานแทนที่ ยูชอนหันหน้าขวับไปตามแรงบิดบนหูของตัวเอง


แม่!!!!!!!


ปาร์คซองมีจับหูลูกชายตัวดีลากออกมาจนมือหลุดจากซึงรี ขณะคนตัวเล็กวิ่งดุ๊กๆเข้าไปหลบหลังชางมินทำเสียงสะอื้นไห้จนชางมินต้องลาก เข้าไปกอดปลอบใจ

“ไม่ผิดอย่างที่คิด เอ็งนี่ชอบแกล้งน้องจริงๆ แต่ไหนแต่ไรเลย โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงขนาดนี้แล้วยังจะแกล้งน้องอีก” ซองมีดุลูกชายที่ยืนน้ำตาซึมแทนที่ซึงรี ที่เธอและชางมินรีบวิ่งลงจากบ้านเพราะตั้งแต่เด็กยูชอนเจอหน้ากับซึงรีเมื่อ ไหร่เป็นอันทะเลาะกัน แล้วสุดท้ายมีแต่ซึงรีที่วิ่งร้องไห้จ้ากลับไป จนเธอต้องไปวนเวียนไปขอโทษพ่อแม่ของซึงรีอยู่บ่อยๆ

“แม่..ไม่ใช่อย่างที่แม่เห็นนะ ข้า..”

“เงียบไปเลย” ซองมีดุอีกรอบก่อนจะเดินไปหาเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ยืนสั่นเป็นลูกนกในอ้อมแขนชางมิน

“ซึงรีเป็นไงมั่งลูก เจ็บไหม อย่าโกรธพี่เขาเลยนะ” ไม่ว่าเปล่าสองมือที่เคยจับบิดหูลูกชายกลับลูบหัวกลมๆของซึงรีหลายรอบ

“รู้ไหมตอนกลางวันน้องมันเทียวมาหาเอ็งอยู่ตั้งหลายรอบ กลับมามันก็คิดถึงเอ็ง..เลิกแกล้งน้องได้แล้ว”

ยูชอนฟังแม่แล้วได้แต่ฟึดฟัด ส่งเสียงครางไม่พอใจอยู่ในลำคอ ก่อนจะเดินกระแทกเท้าจากไป แต่ไม่วายส่งสายตาแทบกินเลือดกินเนื้อไปยังซึงรี


..แม่กับชางมินโดนหลอกแล้ว ว้อยยยยยยย ไอ้เด็กน่ารักนั่นมันกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่


ยุนโฮมองตามร่างบางจนขึ้นเรือนไป หลุดจากภวังค์ของตัวเองเมื่อแจจุงสะกิดที่ต้นแขน

“ไหนของมึงวะ ยืนสวีท เห็นแม่งแต่จับบิดหูกันอยู่ ก็แค่เด็ก..เด็กน้อยเลยว่ะ” แจจุงมองร่างสั่นเทาของซึงรีแล้วส่ายหน้า

“หึ... มึงคิดผิดแล้ว นั่นน่ะศัตรูหมายเลข 1 ของมึงเลยว่ะ ยิ่งกว่าไอ้เด็กตาเม็ดก๋วยจี๊ร้านชำอีก ไม่เชื่อกู แล้วมึงจะเสียใจ” ยุนโฮตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนจะเดินขึ้นเรือนตามยูชอนไปอีกคน ทิ้งให้แจจุงทำหน้าตาเหวอไม่เชื่ออยู่อย่างนั้น


....................................................



“ไง”

ร่างบางหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยแววตาขุ่น ขนาดหลบมานั่งริมระเบียงเรือนตรงหลังบ้านให้อารมณ์เย็นแล้ว ยังมีมารมากวนอีกจนได้ ยูชอนคิดแล้วได้แต่ถอนหายใจ ช่วงนี้คงเป็นคราวซวยของเขาอย่างจริงจัง แล้วอีกอย่างวันนี้เขาเหนื่อยจนไม่มีแรงต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว

ยุนโฮยืนมองใบหน้าหวานที่มองตาเขม็งกลับมาก่อนจะเบือนหน้าหนี แก้มขาวพองพ่นลมอย่างขัดใจ แต่กลับไม่พูดคำพูดเสียงแทงใจหรือแก้วหูให้ได้ยินอย่างที่คิดไว้ ร่างสูงเลยถือวิสาสะหย่อนตัวลงนั่งรับลมข้างๆคนตัวบาง

“ไม่ทานข้าวหรือไง”

“ไม่หิวเว้ย” ยูชอนสะบัดเสียงตอบพลางกระเถิบตัวหนีออกห่าง

“โกรธ ซึงรีขนาดนั้น” ยุนโฮเลือกที่จะไม่สนใจคำพูดห้วนไม่เพราะหู ก่อนจะเขยิบตัวตามคนตัวเล็กด้านข้าง จนเรียกเอาใบหน้าบูดบึ้งที่จ้องกลับมา แล้วกระเถิบตัวออกห่างอีกรอบ

“ไม่ต้องมายุ่ง”

“ไม่ยุ่งก็ได้ แต่ว่านายจะตกแล้ว ไม่ให้ฉันช่วยก็ตามใจนะ” ยุนโฮพูดเสียงยานคาง พยักเพยิดเหล่มองร่างบางที่มัวแต่ขยับหนีเขาจนไม่สังเกตว่ากระเถิบไปเสียจน ก้นนั่งอยู่ริมระเบียงหมิ่นเหม่จะตกลงเสียแล้ว ยูชอนได้ยินแบบนั้นด้วยความตกใจเจ้าตัวร้องจ้ากลั่น เผลอลุกขึ้นยืนเร็วจนตัวแทบร่วงลงไปจากเรือน ร้อนให้คนที่แกล้งตีหน้าตายต้องเอื้อมมือฉุดคว้าเอวบางๆช่วยดึงเข้ามาไม่ให้ ตก

“เฮ้อ” เสียงเหน่อถอนหายใจโล่งในสวัสดิภาพของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องรู้สึกหน้าร้อนจัดเมื่อนึกได้ว่าไอ้คนเมืองที่ช่วยเขายังไม่ ยอมปล่อย จนเหมือนตัวเองถูกสวมกอดอยู่ทางด้านหลัง

“เฮ้ยยย ปล่อย”

“ไม่ปล่อย”

“บ๊ะ อย่างที่คิดเลย เอ็งมันพวกวิปริต” ยูชอนไม่ว่าเปล่าดิ้นขลุกขลัก พยามยามแกะมือใหญ่ที่รวบเอวของตัวเองออก

“นี่ ว่าฉันวิปริตมาหลายครั้งแล้วนะ เดี๋ยวก็ทำจริงๆให้ดูซะเลย” ยุนโฮเสียงดังเลือดขึ้นหน้า แถมไม่ว่าเปล่า ริมฝีปากหยักได้รูปกดทาบลงไปตรงแก้มนวลที่พองลมขึ้นสีแดงเข้มยามโกรธ เสียงกลีบเนื้อจากริมฝีปากกระทบเนื้อนิ่มบนแก้มดังฟอดใหญ่จนร่างในอ้อมแขน ยืนนิ่งตัวแข็ง ในขณะที่คนเมืองเองถึงกับผงะ ปล่อยมือจากตัวยูชอนทันที ชองยุนโฮถอยหลังออกมาหลายก้าวยืนมองร่างเล็กกว่าที่หันหลังให้นิ่งเขม็ง ตกใจในการกระทำของตัวเองสุดขีด


เขาเผลอตัวหอมแก้มผู้ชาย แล้วผู้ชายที่ว่ายังเป็นไอ้เด็กปากร้ายคนนี้อีก คิดแล้วร่างสูงโปร่งก็รู้สึกยิบๆขึ้นมาตามคอ และลำแขนอย่างช่วยไม่ได้ จนต้องยกมือขึ้นเกาอย่างเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง


แต่ทำไมแก้มมันนุ่มนักวะ....แถมยังหอมอีกต่างหาก ว้อยยยยยยยยยยย เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ยิ่งคิดยุนโฮก็ยิ่งเกาแขนตัวเองยิกจนเป็นรอยแดงเต็มไปหมด


ผิดกับร่างโปร่งที่ยังคงยืนนิ่งจนแทบไม่ไหวติง ดวงตาของยูชอนเบิกกว้างนิ่งค้าง ก่อนที่มือเรียวจะยกขึ้นแตะแก้มตัวเองช้าๆ นึกทบทวนสัมผัสนุ่มหยุ่นตรงแก้ม ไอร้อนจางๆยังคงติดอยู่จนลามมาถึงปลายนิ้ว ใบหน้าหวานกระพริบตาช้าๆ ซ้ำๆ นึกทบทวนภาพและเสียงเมื่อครู่


ฟอดดดดดดดดดดดดดดดด


เสียงสูดลมหายใจจากจมูกโด่งและริมฝีปากหยักตรงแก้มเขา ตรงแก้มเขา ตรงแก้มเขา.....


เกิดมายังไม่เคยมีใครมาทำกับปาร์คยูชอนแบบนี้มาก่อนยกเว้นแม่ แล้วแถมมันยังเป็นผู้ชายอีก ยูชอนยืนนิ่งหากแต่ในใจร่ำร้องกับพระเจ้า เขาคงเป็นเจ้าบ่าวไม่ได้อีกแล้ว ร่างบอบบางหันกลับมาเผชิญหน้ากับยุนโฮที่ยังยืนเกาคอเกาแขนตัวเองยิก

“อย่าอยู่เลยเอ็ง ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

 

To be continued